กาวยาง หรือกาวเหลือง เป็นกาวที่มีเนื้อเหลวหนืด สีเหลืองทอง สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเติมสารใดๆเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาวะอากาศและอุณหภูมิสูง กาวยาง ถือเป็นกาวอเนกประสงค์ เพราะสามารถนำไปใช้ยึดติดวัสดุได้หลายชนิด เช่น ยาง, หนัง, ผ้า, หญ้าเทียม, กระดาษ, หรือแม้แต่ฟองน้ำ แต่ในปัจจุบันกาวยางเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการตบแต่ง และวงการเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากนำไปใช้เป็นวัตถุประสานลามิเนตกับไม้เข้าด้วยกัน (เรียกง่ายๆว่า ปิดผิว)

อยากอ่านหัวข้อไหน คลิ๊กเลย!
1. ทำไมกาวยาง จึงเหมาะกับงานตกแต่งลามิเนต บิ้วอิน
กาวยาง เป็นกาวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับยึดเกาะลามิเนตเข้ากับวัสดุต่างๆ เนื่องจากเป็นกาวที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใคร เมื่อทาลงบนผิววัสดุแล้ว สารทำละลายหรือโซลเว้นท์ในกาวยาง จะระเหยออกได้เอง จึงเป็นกาวที่สามารถแห้งตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากที่แห้งสนิท ไม่เหนียวเหนอะหนะแล้ว ก็จะสามารถสร้างแรงยึดเกาะที่ดีได้ ทำให้กาวยาง เป็นกาวที่ดีเยี่ยม สำหรับการยึดติดวัสดุที่ไม่มีรูพรุน (อย่างลามิเนต)

ในการทำงานตกแต่งลามิเนต เคาน์เตอร์ท็อปลามิเนต ในห้องครัว หรือห้องน้ำ เป็นที่นิยมมากที่สุด โดยมักเป็นการยึดติดแผ่นลามิเนต เข้ากับ พาร์ติเกิ้ลบอร์ด ซึ่งทั้งสองวัสดุนี้เป็นวัสดุที่มีรูพรุนจำกัด การใช้กาวชนิดอื่นๆจึงแทบไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะกาวจะไม่แห้ง ความชื้นหรือสารทำละลายไม่สามารถระเหยออกจากวัสดุได้ หรือหากเป็นการรอแห้งก็จะใช้เวลานานมากจนต้องใช้อุปกรณ์หนีบมาเป็นตัวช่วย แต่เนื่องจากกาวยาง สามารถแห้งตัวได้เองในระยะเวลาสั้น นี่จึงไม่เป็นปัญหา
เมื่อทากาวยาง ลงบนวัสดุทั้งสองชิ้นที่จะนำมาติดกันแล้ว และปล่อยให้แห้ง การประกบชิ้นงานจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และชิ้นงานก็จะพร้อมใช้ทันที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกาวยางยึดติดทันที เมื่อวัสดุสัมผัสติดกันแล้ว การถอดแยกชิ้นส่วนที่ติดกาว ก็อาจทำให้วัสดุชิ้นใดชิ้นหนึ่งเสียหายได้
(อยากรู้ กาวยางใช้ติดวัสดุอะไรได้อีก คลิ๊กเลย!)

2. การเลือกคุณสมบัติกาวยาง ให้เหมาะสมกับประเภทของงาน
งานตกแต่งภายใน
การทำงานตกแต่งภายใน ถือได้ว่าเป็นงานตกแต่งที่นิยมเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ การใช้กาวยางที่มีกลิ่นบางเบา อย่างกาวยาง SBน้ำเงิน สูตรไร้กลิ่นฉุน จะช่วยลดอาการแสบจมูก แสบตา วิงเวียนศีรษะที่มักเกิดขึ้นเมื่อใช้งานกาวยางเป็นเวลานาน ช่วยให้ทำงานได้สบายมากขึ้น แถมยังส่งมอบงานได้ไวกว่า เนื่องจากกลิ่นระเหยไปไว ทีนี้เดดไลน์มาใกล้แค่ไหน ก็ไม่กลัว

งานตกแต่งที่เจอความร้อนสูง
เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนตลอดปี โดยเฉพาะบางเดือนที่อุณหภูมิอาจขึ้นไปถึง 40 องศาเลยทีเดียว ซึ่งเมื่องานตกแต่งลามิเนตเจอกับอุณหภูมิสูงโดยตรงเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้ชิ้นงานเกิดการเผยอหลุดได้ เพราะฉะนั้นสำหรับงานตกแต่งที่ต้องเจอแดด และความร้อนสูง เช่น งานตกแต่งในห้องกระจก หรืองานในห้องครัว เพื่อให้มั่นใจว่างานตกแต่งของเรานั้นจะสวยยาวนาน ไม่พองบวม หรือเผยอ จนต้องกลับไปแก้งานอีกครั้ง การใช้กาวยางที่สามารถทนทานต่อความร้อน อย่างกาวยาง SBแดง สูตรพรีเมี่ยม ถือว่าสำคัญมาก

งานบูธ งานเวที
เนื่องจากงานบูธ งานเวทีนั้นเป็นงานชั่วคราว ที่มีอายุการใช้งานไม่ถึงปี แต่อาจมีลูกเล่นในการตบแต่งด้วยวัสดุหลากหลายประเภท จึงเหมาะกับการใช้กาวยางอเนกประสงค์ อย่างกาวยางDD916 สูตรเข้มข้น กาวยาง ที่สามารถใช้ทาวัสดุได้หลายประเภท เพื่อประหยัดแรง และเวลาในการเลือกซื้อกาวหลายประเภท

งานตกแต่งแผ่นบางเฉียบ หรืองานตกแต่งโค้งมน
งานตกแต่งลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้กาวยางที่มีแรงยึดเกาะสูง เนื่องจากเป็นงานที่เสี่ยงต่อการพองบวม และเด้งดีดของลามิเนต กาวยาง SB ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม เลขที่ 521-2527 (มอก. กาวยาง) ผ่านการวัดคุณลักษณะกาว เช่น ความต้านแรงลอก (วัดแรงยึดเกาะ) ปริมาณเนื้อกาว และความหนืดเป็นต้น
(อยากรู้ มอก.กาวยาง คืออะไร คลิ๊กเลย!)

งานตกแต่งหน้าใหญ่ หรือแนวดิ่ง
ในการทำงานตกแต่งหน้าใหญ่ การใช้กาวยางชนิดพ่น อย่างกาวยาง DD ชนิดพ่น จะสะดวกและทำได้รวดเร็วมากกว่า นอกจากนี้ในการทำงานแนวดิ่ง การใช้กาวยางชนิดทาอาจไม่เหมาะ เพราะอาจทำให้กาวหยดเลอะเทอะได้ จึงแนะนำให้ใช้กาวยางชนิดพ่นมากกว่า

3. ข้อควรคำนึง เมื่อใช้กาวยางเพื่องานตกแต่งลามิเนต บิ้วอิน
- ควรทำความสะอาดแผ่นลามิเนต ด้วยการปัดกวาด หรือเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาด ก่อนทากาว เนื่องจากฝุ่นผง และความมันที่ติดอยู่บนลามิเนต จะไปขัดขวางประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวยาง
(อยากรู้ วิธีเตรียมผิววัสดุก่อนทากาว คลิ๊กเลย!)
- การรอแห้งของกาวยาง ปกติแล้วจะใช้เวลา 7-20 นาที แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความชื้น เช่น ในช่วงหน้าฝน อากาศชื้น หรือการทำงานในห้องแอร์ ก็ควรรอให้กาวยางแห้งตัวนานขึ้น
- การรอกาวยางแห้ง ควรรอให้แห้งสนิทจริงๆก่อนประกบติด (ไม่ใช่แค่แห้งหมาด) เนื่องจากกาวยางยิ่งแห้ง ยิ่งติดดี แต่ก็ไม่ควรรอแห้งนานเกิน 45 นาทีนะ!
- การทากาวยางลงบนวัสดุที่มีรูพรุนมาก เช่นไม้ MDF วัสดุเหล่านี้จะดูดกาวเข้าไปในเนื้อวัสดุมาก ทำให้มีเนื้อกาวหลงเหลืออยู่บนผิววัสดุน้อย จึงควรทากาวยาง 2 รอบ โดยการทารอบแรก จะเป็นการทาเป็น base ก่อนเพื่อปิดรูพรุน รอให้แห้ง แล้วจึงทาอีกรอบ
- การทากาวยางลงบนลามิเนต ควรทาให้เรียบเนียนเท่ากันทั้งแผ่น และไม่ทาหนาจนเกินไป อุปกรณ์ที่แนะนำให้ใช้ในการทากาวยาง คือ หวีปาดกาว ซึ่งทำมาจากแผ่นลามิเนตนำมาเซาะร่อง
(อยากรู้ วิธีทำหวีปาดกาว คลิ๊กเลย!)
- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทากาวยาง คือพื้นที่เปิดโล่ง มีอากาศไหลเวียน แต่หากเป็นการทำงานในสถานที่ปิด ก็ควรใช้พัดลมช่วยเป่าเพื่อให้อากาศไหลเวียน
สินค้าในบทความ






