ทากาวยาง เพื่อติดแผ่นลามิเนต.. รวมทุกเรื่องที่ควรรู้

กาวยาง เป็นกาวสีเหลืองทอง ทำมาจากยางสังเคราะห์ประเภทยางนีโอพรีน กาวยางมีจุดเด่นสามารถสร้างแรงยึดเกาะที่แนบแน่นได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว รวมไปถึงไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หนีบหรือเครื่องกดทับเป็นตัวช่วยสร้างแรงยึดเกาะ

ด้วยเหตุนี้กาวยางจึงเป็นที่นิยมใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ งานหนัง, ปูหญ้าเทียม, พลาสติก, ไปจนถึงยาง อย่างไรก็ตาม กาวยางเป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุดในอุตสาหกรรมตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์ โดยนำมาใช้ติดแผ่นลามิเนต หลายคนจึงเรียกมักเรียกกาวยาง ว่า กาวลามิเนต โดยเฉพาะการนำกาวยางไปใช้ยึดติดแผ่นลามิเนตเพื่อทำหน้าท็อปเคาน์เตอร์ที่ใช้ในห้องครัวและห้องน้ำ

ทำไมจึงใช้กาวยางเป็นตัวติดแผ่นลามิเนต

กาวยางมีข้อแตกต่างจากกาวอื่นๆตรงที่ต้องทาบนวัสดุทั้งสองชิ้นที่จะนำมาติดกัน จากนั้นต้องรอให้กาวยางแห้งสนิทบนวัสดุทั้งสองชิ้น เพื่อให้สารทำละลายในกาวยางระเหยออกจนหมด เหลือแต่เนื้อกาว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงนำวัสดุมาประกบติดกันให้แน่น

ด้วยคุณสมบัติและวิธีใช้งาน ทำให้กาวยางเป็นประโยชน์มากสำหรับนำมาใช้ยึดติดวัสดุที่ไม่มีรูพรุน ซึ่งกาวประเภทอื่นๆไม่สามารถติดได้ รวมไปถึงใช้ในการติดแผ่นลามิเนต เข้ากับแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ดหรือแผ่นไม้อื่นๆ นั่นก็เพราะว่า กาวชนิดอื่นๆจะยึดติดได้ตอนที่กาวเปียกเท่านั้น หากนำมาทาแล้วประกบแผ่นลามิเนต ความเปียกของกาวจะไม่สามารถระเหยออกได้ จนทำให้กาวไม่แห้ง หรือต้องใช้เวลานานมาก และอาจต้องใช้อุปกรณ์หนีบกดทับเป็นตัวช่วยอีกด้วย นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่กาวยางเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับใช้ติดแผ่นลามิเนตเข้ากับแผ่นไม้ต่างๆ

วิธีทากาวยางเพื่อติดแผ่นลามิเนต

1. เตรียมผิววัสดุให้พร้อม

ทำความสะอาดด้านหลังของแผ่นลามิเนตที่จะทากาวด้วยน้ำยา (แนะนำใช้ น้ำยาไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ หรือ เมทิลเอทธิลคีโตน) เพื่อทำความสะอาดคราบน้ำมัน คราบไขมัน และน้ำยาเคลือบผิวให้สะอาดหมดจด จากนั้นรอให้แห้งสนิท

ส่วนไม้แนะนำให้ขัดเบาๆด้วยกระดาษทรายขัดไม้ เพื่อกำจัดเสี้ยนที่อยู่บนผิวหน้าไม้ จากนั้นให้ปัดกวาดเอาฝุ่นออกจากผิวหน้าไม้ให้หมด

หากแผ่นลามิเนตหรือไม้มีความชื้น (มักเกิดขึ้นจากความชื้นในอากาศหลังฝนตกซึมเข้าไปในวัสดุ) ให้ใช้ไดร์ลมร้อนเป่าไปบนวัสดุ เพื่อไล่ความชื้นออกให้หมดก่อนเริ่มทากาว เนื่องจากความชื้นจะเข้าไปขัดขวางประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาว

2. ทากาวยางลงบนแผ่นลามิเนต

ในการทากาวยาง แนะนำให้ทาบนแผ่นลามิเนตก่อนค่อยทาบนไม้ เนื่องจากลามิเนตเป็นวัสดุไม่มีรูพรุน จึงใช้เวลาในการรอให้กาวยางแห้งนานกว่า ให้เทกาวยางลงตรงกลางลามิเนต จากนั้นใช้หวีปาดกาว หรืออุปกรณ์ทากาว ปาดกาวยางออกมาจนสุดขอบชิ้นงาน ทาให้เรียบเนียนเท่ากันทั้งชิ้นงาน

3. ทากาวยางลงบนแผ่นไม้

ทำขั้นตอนเดียวกันกับแผ่นไม้

4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทากาวทั่วชิ้นงานแล้ว

หลังทากาวยางเสร็จแล้ว ตรวจสอบให้มั่นใจว่าทากาวยางลงทั่วทั้งชิ้นงาน โดยเฉพาะส่วนขอบของชิ้นงาน ซึ่งเป็นบริเวณที่มักถูกละเลยการทากาว ทำให้เกิดปัญหาขอบมุมชิ้นงานเผยอหลุดในภายหลัง

นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่มีหยดกาวนูน เพราะจะทำให้เกิดปัญหาชิ้นงานบวมนูนในภายหลัง หากเจอหยดกาวนูน ให้ใช้นิ้วมือหรือหวีปาดกาว ปาดเอากาวส่วนเกินออก

5. รอให้กาวยางแห้ง

หลังทากาวยางจนทั่วแผ่นลามิเนตและแผ่นไม้แล้ว รอให้กาวยางแห้งสนิท ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แต่หากอยู่ในช่วงอากาศชื้น ควรรอให้กาวยางแห้งนานขึ้นกว่าเดิม

เมื่อกาวยางแห้งตัวสนิท ผิวกาวจะดูแห้งด้าน และเมื่อใช้นิ้วมือแตะลงไป จะไม่มีกาวยางติดขึ้นมา

6. นำลามิเนตมาติดบนไม้

จากนั้นให้ใช้ผ้าแห้งออกแรงรีดอากาศออกให้หมด โดยรีดจากด้านในออกมาด้านนอก ควรออกแรงกดเพื่อให้ชิ้นงานประกบติดกันได้แน่นขึ้น เมื่อประกบติดชิ้นงานเข้าด้วยกันแล้ว ไม่แนะนำให้แงะ แกะ เคลื่อนย้ายชิ้นงาน หรือให้ชิ้นงานเจอความร้อนสูง ในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังประกบติด

ข้อผิดพลาดหลักในการใช้กาวยาง.. รู้ไว้จะได้ไม่พลาด

  1. ไม่ปล่อยให้กาวยางแห้งตัวสนิท ก่อนประกบชิ้นงาน
  2. รอกาวยางแห้งตัวนานเกินไป ทำให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไปติดบนผิวหน้ากาว ทำให้กาวไม่ติด
  3. ทากาวยางหนาเกินไป หรือมีหยดกาวเป็นจุดๆบนหน้าชิ้นงาน
  4. ทากาวยางน้อยเกินไป หรือทาไม่ทั่วทั้งชิ้นงาน

5 เกร็ดความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้กาวยางติดลามิเนต

  1. หากไม่ทำความสะอาดผิวลามิเนตและไม้ก่อนทากาว วัสดุเหล่านี้อาจมีฝุ่นผง น้ำมัน ไขมัน รวมไปถึงน้ำยาเคลือบผิวต่างๆเกาะอยู่ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวยางอย่างมาก เพราะแบบนี้ เราไม่ควรข้ามขั้นตอนเตรียมผิววัสดุก่อนทากาว
  2. สภาพแวดล้อมในการทากาวส่งผลต่อการยึดเกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชื้นในอากาศอาจลดพันธะการยึดเกาะของกาว แนะนำให้ทากาวในพื้นที่สะอาด โปร่งโล่ง แห้ง อุณหภูมิไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป

3. แนะนำให้ใช้หวีปาดกาวในการทากาวยาง เนื่องจากการใช้แปรงหรือลูกกลิ้งในการทา มักทำให้ทากาวหนาเกินไป และมีหยดกาวนูนเป็นจุดๆ ซึ่งจะทำให้ชิ้นงานออกมาไม่เรียบเนียน

4. การออกแรงกดทับเพื่อประกบติดชิ้นงานเข้าด้วยกัน จะช่วยให้ชิ้นงานยึดเกาะติดกันได้ดียิ่งขึ้น

5. สำหรับมือใหม่เพิ่งหัดติดลามิเนต หรือหากต้องติดลามิเนตแผ่นใหญ่คนเดียว หากกังวลว่าจะติดแผ่นลามิเนตลงบนไม้ไม่ตรง แนะนำให้ตัดแผ่นลามิเนตให้มีขนาดใหญ่กว่าแผ่นไม้เล็กน้อย แล้วค่อยมาตัดเก็บขอบในภายหลัง และอีกหนึ่งเคล็ดลับ ให้วางแท่งไม้ประมาณ 4-5 แท่งลงบนแผ่นไม้ แล้วค่อยๆวางแผ่นลามิเนตไว้บนแท่งไม้ กะระยะให้ตรงที่สุด จากนั้นค่อยๆดึงแท่งไม้ออกทีละแท่ง แล้วออกแรงกดทับเป็นส่วนๆไป เทคนิคนี้จะช่วยให้กะระยะติดได้แม่นขึ้น

เลือกใช้กาวยางให้เหมาะกับประเภทของผลงานลามิเนต

สำหรับงานตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ภายใน หรือบิ้วท์อิน ควรใช้กาวยางที่มีกลิ่นบางเบา เพื่อช่วยลดปัญหาแสบตา แสบจมูก วิงเวียนศีรษะของผู้ใช้งานกาวยาง กาวยาง SBน้ำเงิน สูตรไร้กลิ่นฉุน กาวยางกลิ่นอ่อนตัวแรกของไทย เหมาะสำหรับงานตกแต่งภายในบ้าน คอนโด โรงเรียน รวมไปถึงโรงแรมต่างๆ กลิ่นระเหยหมดไปไว ผู้อยู่อาศัยเข้าใช้งานได้ไวขึ้น

งานตกแต่งภายนอกที่เจอแสงแดดแรง หรืองานตกแต่งเคาน์เตอร์ท็อปภายในห้องครัวที่ต้องเจออุณหภูมิสูงเป็นประจำ แนะนำใช้กาวยางที่ทนความร้อนได้ดี กาวยาง SBแดง สูตรพรีเมี่ยม ผสมเรซิ่นสูตรทนอุณหภูมิสูงพิเศษ ช่วยปกป้องงานตกแต่งและชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์จากการพองบวม เผยอหลุดที่เกิดจากการโดนความร้อนเป็นประจำ

งานตกแต่งในแนวดิ่ง งานผนัง หรืองานเพดาน เหมาะกับการใช้กาวยางแบบพ่น กาวยาง DD สูตรพ่น คิดค้นมาสำหรับใช้งานร่วมกับกาพ่นสี โดยไม่ต้องใส่ส่วนผสมอื่นๆเพิ่มเติม พ่นง่าย เป็นละอองสม่ำเสมอบนชิ้นงาน มือใหม่ก็สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ยังเหมาะกับชิ้นงานขนาดใหญ่ เนื่องจากการพ่นสามารถทำได้ไวกว่า

งานตกแต่งที่ต้องใช้วัสดุหลากหลายประเภทมากกว่าแผ่นลามิเนต แนะนำกาวยาง DD916 สูตรเข้มข้น กาวยางอเนกประสงค์ที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา สามารถใช้งานได้กับวัสดุหลากหลายชนิดนอกจากลามิเนต เช่น งานหนัง, งานกระเบื้องยาง งานปูหญ้าเทียม ตลอดจนถึงงานเมทัลชีท

หากติดลามิเนตไปแล้ว ต้องการลอกออกควรทำอย่างไร

หากติดลามิเนตแล้วต้องการลอกออก ทำได้ยากมากเนื่องจากกาวยางเป็นกาวที่ยึดติดแน่นมาก แต่หากจำเป็น แนะนำให้ค่อยๆแกะชิ้นงานจากส่วนมุมให้ลามิเนตลอกเผยอออกมามากที่สุด จากนั้นให้ใช้น้ำยาลบคราบกาว SB ค่อยๆเทลงด้านในระหว่างแผ่นลามิเนตกับไม้ เพื่อให้กาวยางอ่อนตัวลง จะทำให้สามารถลอกลามิเนตออกมาเป็นแผ่นได้ง่ายมากขึ้น

ทากาวยางแล้วใช้ไม่หมด ควรเก็บรักษาอย่างไร

เมื่อใช้งานกาวยางเสร็จแล้ว ควรปิดฝาบรรจุภัณฑ์ให้แน่นสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศและความชื้นซึมเข้าไปในกาว รวมไปถึงควรเก็บกาวไว้ในพื้นที่ที่อุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป หากอากาศเข้าไปในกาวยาง จะทำให้กาวยางข้นหนืดขึ้น เมื่อกาวยางข้นขึ้น แล้วเทกาวยางออกมาใช้งานอีกครั้ง อาจทำให้ปาดกาวได้ยาก หรือปาดเป็นก้อน

อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์กาวยางข้นหนืดขึ้นจนปาดได้ยาก สามารถเทเติมสารละลายกาว SB ลงไปในกาวยาง แล้วคนไปเรื่อยๆให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันกับกาว น้ำยาจะช่วยทำละลายให้กาวยางเหลวขึ้น ทำให้ปาดหรือทาได้ง่ายขึ้น

สินค้าในบทความ