กาวยาง เป็นกาวอเนกประสงค์ที่ใช้ยึดติดวัสดุได้หลายหลายชนิด โดยสามารถสร้างแรงยึดเกาะที่ดีได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และมีวิธีใช้งานที่ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้กาวยาง จึงได้รับความนิยมนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งในงานตกแต่งบ้าน ห้างร้าน หรือว่าจะเป็นงาน DIY และงานซ่อมแซมวัสดุ ในบทความนี้เราเลยถือโอกาสมาแชร์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกาวยาง ที่คุณควรรู้เอาไว้ เพื่อให้สามารถใช้กาวยางได้อย่างถูกต้อง

อยากอ่านหัวข้อไหน คลิ๊กเลย!
1. กาวยาง คืออะไร
กาวยาง เป็นกาวประเภทที่มีประสิทธิภาพการยึดเกาะสูง ทำมาจากยางสังเคราะห์ ประเภท ยางนีโอพรีน กาวยางเป็นกาวที่สามารถทนทานต่อความชื้นได้ดีในระดับหนึ่ง และจะสร้างแรงยึดเกาะในเกือบทันที รวมไปถึง ไม่จำต้องใช้อุปกรณ์หนีบวัสดุที่ติดด้วยกาวยางไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดการยึดติด ซึ่งนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของกาวยาง กาวยางใช้งานได้ดีบนวัสดุหลากหลายประเภท แต่เหมาะสมที่สุดกับวัสดุประเภท แผ่นไม้อัด ลามิเนต ยาง พลาสติก หนัง และ โลหะ (อยากรู้ กาวยางใช้ติดวัสดุอะไรได้บ้างคลิ๊กเลย!)

2. กาวยาง มีกี่ประเภท
โดยทั่วไป กาวยาง มี 2 ประเภท คือ กาวยางน้ำ และ กาวยางโซลเว้นท์ กาวยางทั้งสองแบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ในขณะที่กาวยางน้ำ จะมีข้อดีในแง่ที่ไม่ติดไฟ แต่จะไม่สามารถสร้างแรงยึดเกาะที่ดีได้ในระยะยาว รวมไปถึงหากใช้งานกาวยางน้ำกับวัสดุประเภท แผ่นไม้อัด และ หนัง ก็อาจทำให้วัสดุโค้ง หรือบิดงอบริเวณขอบมุมได้
กาวยางโซลเว้นท์ ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากสามารถสร้างแรงยึดเกาะที่ดีมาก และมีความแข็งแรงคงทน แต่อาจมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนแรง อย่างไรก็ตาม ในตลาดตอนนี้ก็มีกาวยางโซลเว้นท์ ที่กลิ่นบางเบา ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ทั้งในแง่การยึดเกาะ และสุขภาพผู้ใช้งาน (อยากรู้ กาวยางSB สูตรกลิ่นเบา ดียังไง คลิ๊กเลย!)
3. ปัจจัยหลัก ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวยาง
อุณหภูมิและความชื้นเป็นสองปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลต่ออัตราการแห้งตัวของกาวยาง อุณหภูมิสูงทำให้กาวยึดติดเร็วขึ้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำจะลดอัตราการระเหยของของเหลว ส่งผลให้กาวยางแห้งช้าลง
นอกจากนี้ความชื้นสูง (เช่น ขณะฝนตก หรือหลังฝนตก) จะทำให้การแห้งตัวของกาวยางช้าลง ในขณะที่ความชื้นต่ำจะทำให้กระบวนการแห้งตัวของกาวยางเร็วยิ่งขึ้น (อยากรู้ 7 เคล็ดลับเร่งการแห้งตัวของกาวยาง คลิ๊กเลย!)
เมื่อมีเวลาอันสั้นในการทำงาน ก็ควรเลือกทำงานในพื้นที่ อุณหภูมิสูง และ ความชื้นต่ำ หรือจะเปลี่ยนไปใช้กาวยางสูตรแห้งไว
4. วิธีใช้งานกาวยาง
ผู้ใช้ควรทำความสะอาดและเช็ดพื้นผิววัสดุทั้งหมดให้แห้งและปราศจากฝุ่นก่อนที่กาวยางจะสัมผัส เนื่องจากอนุภาคหรือสารตกค้างใดๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวลดลง
การปาดกาวยาง ควรใช้หวีปาดกาว แทนการใช้แปรงทาสีในการทากาว เพื่อให้กาวยางเคลือบผิววัสดุทั้งสองชิ้นจนทั่วแบบเท่ากันทั้งแผ่น จากนั้นให้รอ 7-15 นาทีหรือนานกว่านั้น เพื่อให้กาวยางแห้ง แล้วจึงนำวัสดุมาประกบติดกัน (อยากรู้ วิธีทากาวยาง ตั้นแต่ต้นจนจบ คลิ๊กเลย!)

5. การเก็บรักษากาวยาง
ยิ่งเปิดฝาภาชนะที่ใส่กาวยางนานเท่าไหร่ กาวยางด้านในภาชนะก็จะยิ่งแห้งมากขึ้นเท่านั้น จึงควรเปิดฝากาวยางเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น และบิดปิดฝาให้แน่นสนิทเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว
นอกจากนี้ควรเก็บกาวยางไว้ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนจนเกินไป เพื่อยืดอายุการเก็บของกาวยาง โยทั่วไปแล้วกาวยางที่ยังไม่เปิดใช้งานมีอายุการเก็บ 1-2 ปี แต่หากเปิดใช้งานแล้ว ก็ควรใช้ให้หมดไม่เกิน 6 เดือน
6. การลบคราบกาวยางที่เลอะเทอะ หรือเพื่อเก็บงาน/แก้ไขงาน
หากมีคราบกาวยางเลอะเทอะ หรือต้องการลบคราบกาวยางเฉพาะจุดเพื่อเก็บงาน ก็สามารถทำได้ไม่ยาก โดยแนะนำให้ใช้ ทินเนอร์ หรือน้ำยาลบคราบกาว ในการเช็ดทำความสะอาด

7. กาวยางเอสบี..คุณภาพได้มาตรฐานอุตสาหกรรม

“กาวยางเอสบี” เป็นกาวยางที่ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายอุตสาหกรรม มอก. เลขที่ 521-2527 (มาตรฐานอุตสาหกรรมกาวยาง) มั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผ่านการวัดคุณลักษณะกาวยาง
- ความข้นเหลวเหมาะสม
- ปริมาณเนื้อกาว
- ความหนืด วัดเป็นเซนติพอยส์
- ความต้านแรงลอก
- ความต้านแรงเฉือน
- ความหนาแน่น
(อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมอก.กาวยาง คลิ๊กเลย!)
สินค้าในบทความ






