อยากอ่านหัวข้อไหน คลิ๊กเลย!
1. กาวยาง คืออะไร

กาวยาง หรือกาวเหลือง เป็นกาวที่มีเนื้อเหลวหนืด สีเหลืองทอง โดยทั่วไปจะมีกลิ่นค่อนข้างฉุนแรง (ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีกาวยางกลิ่นเบาแล้ว) สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเติมสารใดๆเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาวะอากาศและอุณหภูมิสูง
กาวยาง ถือเป็นกาวที่มีความยืดหยุ่นสูง จึงใช้งานได้ง่ายเวลาปาดกาวยางลงบนผิววัสดุ หลังจากนั้นสารทำละลายที่อยู่ในกาวจะเริ่มระเหยทำให้กาวยางแข็งตัว จนเหลือแต่เพียงเนื้อกาวบนวัสดุ ซึ่งเจ้าตัวเนื้อกาวนี้เอง ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสานวัสดุทั้ง 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน (เราจึงจำเป็นต้องทากาวยางลงบนวัสดุทั้ง 2 ชิ้นที่จะนำมาติดกัน)
กาวยาง มีคุณสมบัติทนความร้อนสูง จึงสามารถนำไปใช้ในงานตบแต่งภายนอก ในประเทศไทยที่อุณหภูมิสูง เช่น งานทำบูธที่เจอแดด งานทำเวทีที่เจอสปอตไลท์ส่องเป็นเวลานาน หรือ งานทำสนามฟุตบอลหญ้าเทียม
(อยากรู้เพิ่มเติม กาวยาง คืออะไร คลิ๊กเลย!)
2. กาวยาง ใช้ติดวัสดุอะไรได้บ้าง
กาวยาง ถือเป็นกาวอเนกประสงค์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากสามารถนำไปใช้ติดวัสดุได้หลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามกาวยาง นิยมนำไปใช้ติดวัสดุที่ไม่มีรูพรุน เนื่องจากกาวยางสามารถแห้งตัวได้เองในระยะเวลาอันสั้น รวมไปถึงไม่จำเป็นต้องอาศัยการหนีบหรือกดทับวัสดุเป็นเวลานานหลังจากติดไปแล้ว
ด้วยสาเหตุนี้ กาวยางจึงเป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุด ในอุตสาหกรรมการทำเฟอร์นิเจอร์ และบิ้วอินลามิเนต โดยใช้กาวยางเป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างแผ่นลามิเนตกับไม้อัด
นอกจากนี้กาวยางยังสามารถนำไปใช้ติดวัสดุอื่นๆได้อีก ไม่ว่าจะเป็น หนัง ไม้ กระดาษ กระเบื้องยาง ผ้า หญ้าเทียม โฟม และอื่นๆ
(อยากรู้เพิ่มเติม กาวยาง ใช้ติดวัสดุอะไรได้บ้าง คลิ๊กเลย!)
3. วิธีใช้กาวยาง
*ก่อนใช้งานกาวยางทุกครั้ง ควรทำความสะอาดพื้นผิววัสดุทั้ง 2 ด้านให้สะอาด ปราศจากสิ่งสกปรกมากที่สุด นอกจากนี้ อาจทำการขัดผิววัสดุให้มีความสาก เพื่อให้กาวมีพื้นที่ยึดเกาะมากขึ้น
(อยากรู้เพิ่มเติม วิธีเตรียมผิวชิ้นงาน ก่อนทากาวยาง คลิ๊กเลย!)
1. ในการเริ่มต้นใช้กาวยาง แนะนำให้เทกาวยางจากปี๊บ หรือแกลลอน ลงมาใส่ภาชนะเล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยภาชนะที่แนะนำ คือ ขวดน้ำเปล่าตัดครึ่ง

2. เทกาวยางลงบริเวณกลางชิ้นงาน เป็นแนวเรียวยาว ไม่จำเป็นต้องเทเยอะ เพราะจะทำให้ยิ่งปาดยาก

3. แนะนำให้ใช้ “หวีปาดกาว” ในการปาดทากาวยาง โดยทำมาจากลามิเนตชิ้นเล็กนำมาเซาะเป็นร่อง ให้ค่อยๆ ปาดกาวยางจากตรงกลางชิ้นงาน ออกมาบริเวณขอบชิ้นงาน โดยปาดให้ขนานกับชิ้นงาน และเมื่อปาดกาวจนมาถึงบริเวณขอบชิ้นงานแล้ว ให้ยกสะบัดมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันกาวยางหก
(อยากรู้ วิธีทำอุปกรณ์ปาดกาวยาง คลิ๊กเลย!)
4. ทากาวยางลงบนวัสดุอีกชิ้น

5. รอให้กาวยางแห้ง ใช้เวลา 8-15 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความชื้นในอากาศ โดยวิธีทดสอบง่ายๆว่ากาวยางแห้งดี พร้อมประกบแล้ว ให้ใช้หลังข้อนิ้วแตะลงไป แล้วหมุนข้อนิ้วเล็กน้อย หากไม่มีกาวยางติดข้อนิ้วขึ้นมา แสดงว่ากาวยางแห้งตัวดีแล้ว
6. นำชิ้นงานทั้ง 2 ชิ้นมาประกบติดกัน โดยค่อยๆติดจากด้านหนึ่ง ไปอีกด้าน เพื่อไล่อากาศออกให้หมด

7. ใช้ผ้าแห้ง หรือลูกกลิ้ง รีดชิ้นงานให้เรียบ กาวยางจะยึดติดทันที จากนั้นควรปล่อยให้กาวยางเซ็ตตัวถาวร โดยงดเว้นการแงะ แกะชิ้นงาน รวมไปถึงไม่ให้ชิ้นงานเจอความร้อนสูง เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

4. เก็บรักษากาวยาง เพื่อยืดอายุใช้งาน
เมื่อใช้งานกาวยางเสร็จแล้ว กาวยางที่เหลือในภาชนะเล็ก ควรเทกลับเข้าในปี๊บ/ แกลลอน จากนั้นให้ปิดฝาบรรจุภัณฑ์กาวยางให้แน่นสนิท และนำไปเก็บในบริเวณที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป และไม่อับชื้น เพื่อยืดอายุการใช้งานกาวยาง
หลังจากเปิดใช้แล้ว หากเก็บอย่างดี กาวยางจะคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน
5. วิธีเช็ดคราบกาวยาง

เมื่อใช้งานกาวยาง อาจมีกาวยางเลอะบริเวณชิ้นงานบ้าง แนะนำให้ใช้น้ำยาที่ไว้สำหรับเช็ดคราบกาวยางโดยเฉพาะ อย่างน้ำยาลบคราบกาว SB ซึ่งเหมาะสมสำหรับเช็ดคราบกาวยางมากที่สุด เมื่อเช็ดไปแล้ว คราบกาวยางที่แข็ง ก็จะอ่อนนุ่มลง ทำให้สามารถเช็ด หรือลอกออกได้อย่างง่ายดาย
สินค้าในบทความ



