ในบทความนี้ เรารวบรวม 10 คำถามที่พบบ่อย สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานกาวยาง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY เล็กๆ หรือโปรเจคงานตกแต่ง
อยากอ่านหัวข้อไหน คลิ๊กเลย!
1. กาวยาง คืออะไร
กาวยาง เป็นกาวที่ทำมาจากส่วนผสมของยางสังเคราะห์ สารทำละลาย และสารเติมแต่งอื่นๆ โดยใช้ยึดติดวัสดุได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลามิเนต ไม้ หนัง ผ้า หญ้าเทียม โลหะ และอีกมากมาย กาวยางสามารถสร้างแรงยึดเกาะที่ดีได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และมีวิธีใช้งานที่ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้กาวยาง จึงได้รับความนิยมนำไปใช้อย่างกว้างขวาง
(อยากรู้ กาวยางใช้ติดวัสดุอะไรได้บ้าง คลิ๊กเลย!)

2. กาวยางมีชนิดใดบ้าง
โดยทั่วไปแล้ว กาวยางมี 2 ประเภท คือกาวยางน้ำ และกาวยางโซลเว้นท์
ส่วนถ้าแบ่งตามประเภทการใช้งานกาวยาง ที่ได้รับความนิยมใช้อย่างกว้างขวางมี 2 ประเภท คือ กาวยางชนิดทา และกาวยางชนิดพ่น
3. กาวยาง มีมาตรฐานอะไรบ่งชี้คุณภาพหรือไม่
กาวยาง เป็นสินค้าที่ไม่ได้มีมาตรฐานบังคับ แต่ผู้ผลิตสามารถยื่นขอการรับรองด้วยความสมัครใจเพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามเกณฑ์กำหนดมาตรฐาน โดยกาวยางที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. จะผ่านการวัดคุณลักษณะของสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น ปริมาณเนื้อกาว ความหนืด ความต้านแรงลอก เป็นต้น
(อยากรู้ เกี่ยวกับมอก. กาวยาง คลิ๊กเลย!)

4. อุปกรณ์ที่เหมาะสมในการใช้ทากาวยาง
อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการทากาวยาง คือ หวีปาดกาว
(อยากรู้ วิธีทำหวีปาดกาวยาง อย่างละเอียด คลิ๊กเลย!)
5. อุปกรณ์ที่เหมาะสมในการใช้พ่นกาวยาง
อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการพ่นกาวยาง คือ กาพ่นสี ชนิดกาบน โดยหัวพ่นควรเป็นขนาด 2 มิลขึ้นไป เพื่อให้พ่นได้ละอองกำลังดี ไม่สะดุด
(อยากรู้ กาพ่น สำหรับใช้พ่นกาวยาง คลิ๊กเลย!)
6. กาวยางควรทาเยอะแค่ไหน
การทากาวยาง ควรเน้นทาให้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นผิววัสดุ และทาให้เรียบเท่ากัน เพื่อการแห้งตัวที่พร้อมกันทั้งผิววัสดุ โดยไม่ควรทาหนาเกินไปจนเป็นก้อน แต่ก็ไม่ควรทาบาง โดยสังเกตง่ายๆคือหลังจากกาวยางแห้งตัวแล้ว จะมีฟิล์มกาวเคลือบผิววัสดุอยู่
นอกจากนี้ปริมาณการทากาวยาง ก็ขึ้นอยู่กับการดูดซึมกาวของวัสดุด้วย เช่น ไม้MDF เป็นไม้ที่มีรูพรุนสูง จะดูดกาวมากกว่าวัสดุอื่นๆ จึงควรทากาวยาง 2 รอบ
7. ทำไมต้องทากาวยางบนวัสดุทั้งสองชิ้นที่จะนำมาประกบกัน
กาวยาง ถือเป็นกาวที่แตกต่างจากกาวชนิดอื่นๆ เนื่องจากเมื่อทากาวยางลงไปบนวัสดุแล้ว กาวยางสามารถแห้งตัวเองได้ในระยะเวลาอันสั้น (เนื่องจากตัวทำละลายระเหยออก) เหลืออยู่แต่เพียงส่วนเนื้อกาว ซึ่งเจ้าตัวเนื้อกาวนี้เอง ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสาน ยิ่งเนื้อกาวเยอะ แรงยึดเกาะก็ยิ่งสูง! ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องทากาวยาง ลงบนวัสดุทั้ง 2 ชิ้น เพื่อให้เนื้อกาวที่อยู่บนวัสดุทั้ง 2 ชิ้นเชื่อมประสานกันและกัน ทำให้วัสดุทั้ง 2 ชิ้นยึดติดกันได้

8. หลังทากาวยาง ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะประกบชิ้นงานได้
หลังจากทากาวยางบนพื้นผิววัสดุทั้ง 2 ชิ้นแล้ว ให้รอประมาณ 8-15 นาที เพื่อให้กาวยางแห้งสนิท โดยระยะเวลาการรอขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้นในอากาศของบริเวณที่ทากาว เช่น หากเป็นวันที่อากาศเย็นหรือชื้น ก็ควรใช้เวลารอกาวยางแห้งให้นานขึ้น
วิธีทดสอบง่ายๆว่ากาวยางแห้งตัวแล้ว ให้ใช้หลังข้อนิ้วแตะลงไปแล้วหมุนเบาๆ หากไม่มีกาวติดขึ้นมา แสดงว่าแห้งดีแล้ว (ไม่แนะนำให้ใช้มือแตะลงไป เพราะน้ำมันในมือ จะไปรบกวนประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาว)
แต่หากต้องการงานไว ก็ควรเลือกใช้กาวยางสูตรแห้งไว เช่น กาวยางSB สูตรไร้กลิ่นฉุน เป็นต้น
9. หลังประกบชิ้นงานแล้ว ควรทำอย่างไรต่อ
หลังจากประกบชิ้นงานแล้ว ควรใช้ลูกกลิ้ง หรือผ้าแห้ง รีดกดทับชิ้นงานให้เรียบ เพื่อไล่ฟองอากาศออกให้หมด และห้ามแงะ หรือง้างชิ้นงานเด็ดขาด ควรปล่อยให้กาวยางเซ็ตตัวถาวรใน 24 ชั่วโมง
10. หากทำกาวยางเลอะ ควรใช้อะไรเช็ด
หากทำกาวยางเลอะ สามารถใช้น้ำยาลบคราบกาว หรือทินเนอร์ ในการเช็ดทำความสะอาดได้

สินค้าในบทความ



