1. ไม่เตรียมพื้นผิววัสดุที่จะติดกาวให้ดี

กาวยาง เมื่อทาลงไปบนวัสดุ กาวจะเกาะติดกับวัสดุ ซึ่งวัสดุส่วนมาก หากยังไม่ทำความสะอาด ก็มักจะถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผง, สิ่งสกปรก, ความมัน, ชั้นฟิล์มปกป้อง และสารอื่นๆอีก ซึ่งสารปนเปื้อนทั้งหมดนี้ แม้จะเล็กมากๆ  ก็สามารถรบกวนการทำงานและประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวยางได้

การเตรียมพื้นผิวก่อนการทากาว จึงถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญ เพื่อการยึดเกาะที่คงทน ยาวนาน การเตรียมผิววัสดุ สามารถทำได้ตามขั้นตอน ดังนี้

  • กำจัดฝุ่นละออง ด้วยการปัดกวาดหรือใช้ผ้าสะอาดเช็ดออกให้หมดจด หรือหากวัสดุไหนสามารถโดนน้ำให้ ให้ใช้น้ำล้างให้สะอาด แต่อย่าลืมตรวจสอบว่าพื้นผิววัสดุแห้งสนิทก่อนทากาว เมื่อพื้นผิวสะอาดแล้ว พยายามอย่าใช้มือสัมผัสมาก เนื่องจากน้ำมันบนฝ่ามือของเราจะไปติดบนผิววัสดุ
  • กำจัดคราบน้ำมันหนัก ด้วยน้ำยาขจัดคราบไขมัน เช่น Acetone เป็นต้น
  • หากเป็นไปได้ ให้ขัดพื้นผิวให้หยาบขึ้น โดยใช้กระดาษทรายในการขัด ซึ่งก็จะช่วยให้กาวยึดเกาะบนพื้นผิวได้ดีขึ้น จากนั้นอย่าลืมเช็ดทำความสะอาดฝุ่นให้หมดจดอีกครั้ง

หลังทำความสะอาดผิววัสดุเสร็จแล้ว ควรรีบทากาวยางทันทีเพื่อให้ผิววัสดุสะอาดที่สุด และไม่ควรนำมือไปแตะลงบนผิววัสดุ เนื่องจากน้ำมันในมือจะทำให้วัสดุปนเปื้อน

อยากรู้ 3 ขั้นตอนการเตรียมผิวชิ้นงาน ก่อนทากาวยางอย่างละเอียด คลิ๊กเลย!

2. ทากาวยางไม่ถูกวิธี

การทากาวยางไม่ถูกวิธี เช่น ทาบางเกินไป ทาหนาเกินไป หรือทาไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณขอบมุมของวัสดุ ถือว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ชิ้นงานเกิดปัญหาด้านการยึดเกาะ นอกจากนี้ในการทากาวยาง ต้องคำนึงถึงการดูดซับกาวของผิววัสดุด้วย เช่น การทากาวยางลงบนแผ่นไม้อัด ซึ่งเป็นวัสดุที่มีรูพรุน จึงดูดซับกาวมาก ควรทากาวยางซ้ำ 2 รอบ โดยทากาวยางรอบแรก แล้วรอให้แห้ง จากนั้นให้ทากาวยางซ้ำอีกรอบ เพื่อให้มั่นใจว่ามีปริมาณกาวเพียงพอบนผิววัสดุสำหรับการยึดเกาะ แต่หากทากาวยางลงบนแผ่นลามิเนต ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่มีรูพรุน ทากาวยางเพียงรอบเดียวก็เพียงพอแล้ว

การเลือกใช้กาวยางที่มีปริมาณเนื้อกาวสูง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะมั่นใจได้ว่ามีปริมาณเนื้อกาวเพียงพอบนผิววัสดุ เพื่อให้เกิดการยึดเกาะที่เพียงพอ แนะนำให้ใช้กาวยาง SB  กาวยางเกรดมอก. 521-2527 ที่ได้ผ่านการทดสอบวัด ค่าปริมาณเนื้อกาว, แรงยึดเกาะ และความหนืด มาแล้ว

อยากรู้ สาธิตวิธีใช้กาวยาง ตั้งแต่ต้นจนจบ คลิ๊กเลย!

3. ประกบชิ้นงานขณะที่กาวยังไม่แห้งสนิท

กาวยาง เป็นกาวประเภทที่ต้องรอให้แห้งสนิทจริงๆก่อนค่อยประกบชิ้นงาน ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 7-15 นาที ขึ้นอยู่กับความชื้นและอุณหภูมิในอากาศ การรอให้กาวยางแห้งสนิท ก็เพื่อที่จะให้สารทำละลาย หรือโซลเว้นท์ที่ผสมอยู่ในกาวยาง ระเหยออกจนหมด จนเหลือเฉพาะแต่เนื้อกาว ที่เป็นตัวสร้างแรงยึดเกาะ

การไม่รอให้กาวยางแห้งสนิท หรือรอเพียงแห้งหมาด ถือเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ชิ้นงานหลุดลอกหลังประกบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน ที่อากาศมีความชื้นจัด เนื่องจากผู้ใช้มักรีบประกบชิ้นงานก่อนกาวยางแห้งตัวสนิท

วิธีทดสอบดูว่ากาวยางที่ทาไปนั้นเซ็ทตัวพร้อมที่จะประกบชิ้นงาน ให้ใช้นิ้วมือหรือหลังข้อนิ้ว สัมผัสที่เนื้อกาวที่ทาลงไป ถ้าเนื้อกาวไม่ติดนิ้วมือขึ้นมาก็สามารถนำชิ้นงานมาประกบกันได้

4. ประกบชิ้นงานช้าเกินไป

หลังทากาวยางไปบนชิ้นงานแล้ว ไม่ควรรอให้กาวยางแห้งตัวบนผิววัสดุนานเกิน 45 นาที เพราะนอกจากจะทำให้ความเหนียวของกาวลดลงไปแล้ว ระหว่างที่รอแห้ง ก็อาจมีฝุ่นผงต่างๆเข้าไปติดบนหน้าผิวของกาวได้ ซึ่งก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาว

อย่างไรก็ตามหากเผลอรอนานเกิน แนะนำให้ทากาวยางบางๆลงบนผิววัสดุด้านหนึ่ง แล้วรอให้กาวยางแห้งตัวอีกรอบ ก่อนจะประกบชิ้นงาน หรือใช้ความร้อนเพื่อกระตุ้นให้ความเหนียวของกาวยางกลับมาอีกครั้ง

5. ใช้กาวยางในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทากาวยางมากที่สุด คือ สภาพอากาศที่ร้อน แห้ง และมีลมโกรก อย่างไรก็ตามกาวยางสามารถใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ ยกเว้นในสภาพอากาศที่ชื้นจัดมากๆ เช่น ขณะที่ฝนตกอย่างหนัก เป็นต้น

โดยทั่วไปแล้ว หากความชื้นในอากาศมากกว่า 70% ควรงดเว้นทากาวยางซักพัก เพราะนอกจากความชื้นในอากาศจะเข้าไปในวัสดุที่เราจะทากาวแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุที่มีรูพรุน จะดูดซับความชื้นมาก สังเกตได้ว่า เมื่อนำมือไปสัมผัสบนแผ่นไม้อัดขณะฝนตก ไม้อัดจะดูมีความชื้นอยู่ภายใน) ความชื้นยังสามารถไปเกาะบนกาวที่เราทาลงไปบนผิววัสดุ ส่งผลให้กาวยางไม่แห้งสนิท ซึ่งเมื่อประกบชิ้นงานไป ชิ้นงานอาจหลุดลอก หรือพองบวมได้

อยากรู้ ความชื้นมีผลอย่างไรต่อการทำงานตกแต่งลามิเนต คลิ๊กเลย!

6. ขยับหรือเคลื่อนย้ายชิ้นงานก่อนที่กาวยางจะเซ็ตตัวถาวร

หนึ่งในจุดเด่นของกาวยาง คือ ความสามารถในการสร้างแรงยึดเกาะได้ในทันทีหลังประกบชิ้นงาน โดยไม่ต้องใช้แรงกดทับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม กาวยาง ก็เหมือนกาวทั่วไป ที่ต้องใช้เวลาในการเซ็ตตัวถาวร ประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงหลังจากประกบชิ้นงาน ไม่ควรเคลื่อนย้ายชิ้นงาน หรือให้ชิ้นงานเจอความร้อนที่สูง เพราะอาจทำให้ชิ้นงานเคลื่อนที่หรือหลุดลอกได้

สินค้าในบทความ