แผ่นลามิเนต เดิมทีเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริง แต่ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายลายที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ หลายสี หลายยี่ห้อ ในราคาตั้งแต่แผ่นละร้อย ไปจนถึงหลักหลายพัน แล้วแต่จะเลือกใช้ ลามิเนตสามารถนำไปปิดทับ หรือปิดผิววัสดุได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แผ่นไม้MDF, แผ่นไม้อัด หรือ แผ่นบล็อกบอร์ด โดยกาวที่ใช้ติดลามิเนต คือ กาวยาง มีสีเหลืงทอง และส่วนผสมหลักทำมาจาก “ยาง”

1. ลามิเนต คืออะไร

แผ่นลามิเนต เดิมทีเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริง แต่ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายลายที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ หลายสี ทั้งชนิดเงา ชนิดด้าน หลายยี่ห้อ ในราคาตั้งแต่แผ่นละร้อย ไปจนถึงหลักหลายพัน ลามิเนตนิยมนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็น เคาน์เตอร์ท็อป ตู้ โต๊ะ หัวเตียง หรือแม้กระทั่งนำไปทำเป็นผนังก็ได้ เนื่องจากลามิเนตมีความทนทานต่อแรงกระแทก เป็นรอยยาก ราคาไม่สูง แถมยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย แผ่นลามิเนตสร้างมาสำหรับงานปิดผิว โดยนิยมนำไปปิดทับวัสดุ เช่น แผ่นไม้MDF หรือ แผ่นไม้อัด

การไปซื้อลามิเนตที่ร้านค้า ส่วนมากจะเป็นการเลือกลายจากสมุดเล่มใหญ่ ของลามิเนตแต่ละยี่ห้อ ซึ่งแต่ละลาย แต่ละเฉดสี จะมี “รหัสเฉพาะ” จึงแนะนำว่า หากเลือกซื้อลามิเนตลายใดแล้ว ควรถ่ายภาพ หรือจำรหัสเฉพาะนั้นไว้ด้วย เผื่อกลับมาซื้ออีกครั้งจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเทียบลาย ซึ่งทำได้ยากเนื่องจากลามิเนตแต่ละลายมีความใกล้เคียงกันสูง เมื่อซื้อลามิเนตแล้ว ร้านค้าจะม้วนลาเนตเป็นกลมๆมาให้ แล้วใช้เชือกม้วน เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง

การติดลามิเนตจะนิยมใช้กาวยางในการติด เพราะสามารถทำได้ไวและคุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือเสริม โดยกาวยาง 1 ปี๊บ สามารถปิดผิวชิ้นงานได้ประมาณ 12-15 แผ่น

2. วิธีติดลามิเนต แบบละเอียดยิบ

1. ทำความสะอาดพื้นผิวที่จะนำลามิเนตไปปิดทับ ให้มั่นใจว่าพื้นผิวราบเรียบ ไม่มีคราบน้ำมัน หรือคราบฝุ่น โดยการใช้กระดาษทรายขัด และกวาดฝุ่นออก

2. วัดขนาดลามิเนต โดยวัดให้ลามิเนตขนาดใหญ่กว่าชิ้นงานนิดนึง ให้เหลือขอบโดยรอบ เพื่อความง่ายในการติด จากนั้นใช้เครื่องมือตัดลามิเนตตามขนาดที่วัด (แนะนำให้ใช้เลื่อยวงเดือนในการตัดเพราะทำได้เร็วกว่ามาก)

3. เทกาวยางจากปี๊บลงภาชนะบรรจุขนาดเล็ก (แนะนำเป็นขวดน้ำตัดครึ่ง) เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน จากนั้นเทกาวยางลงตรงกลางชิ้นงานที่จะทา แล้วปาดกาวยางด้วยหวีกาว ให้เป็นรูปตาข่ายทั่วชิ้นงานทั้งสองชิ้น เวลาปาดกาว ค่อยๆลากกาวไปบนผิววัสดุ ไม่ให้หนา หรือบางเกินไป และเมื่อถึงตรงขอบชิ้นงาน ให้สะบัดข้อมือขึ้น เพื่อไม่ให้กาวยางเลอะออกนอกวัสดุ

ทำซ้ำอย่างเดิมกับแผ่นลามิเนต (อยากรู้ “หวีกาว” ทำยังไง คลิ๊กที่นี่!)

4. รอ 5-7 นาทีให้กาวยางแห้งตัวหมาดๆ โดยวิธีทดสอบดูว่ากาวยางที่ทาไปนั้นเซ็ทตัวพร้อมที่จะประกบชิ้นงาน ให้ใช้นิ้วมือสัมผัสที่เนื้อกาวที่ทาลงไป ถ้าเนื้อกาวไม่ติดนิ้วมือขึ้นมาก็สามารถนำชิ้นงานมาประกบกันได้ *ห้ามประกบชิ้นงานขณะที่เนื้อกาวยังเปียกอยู่*

Tip: หากชิ้นงานเป็นวัสดุที่ดูดกาวยาง แนะนำให้ทากาวยาง 2 ครั้ง ทารอบแรก รอให้แห้งตัวแล้วทาอีกรอบ

5. นำลามิเนตไปปิดทับวัสดุ จากนั้นรีดให้เรียบ ให้มั่นใจไม่มีฟองอากาศอยู่ระหว่างวัสดุทั้งสองชิ้น โดยเฉพาะบริเวณขอบชิ้นงาน เพื่อป้องกันการเผยอ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • นำชิ้นไม้ขนาดเล็กมาวางแล้วใช้ค้อนทุบบนชิ้นไม้ ทำแบบนี้ทั่วชิ้นงาน
  • ใช้ผ้าถูรีดไปบนชิ้นงานให้เรียบ
  • ใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งให้ทั่ว

6. เก็บขอบลามิเนตที่ล้นเกินออกมาจากชิ้นงาน ด้วยเครื่อง Trimmer หรือหากเป็นชิ้นงานเล็กๆ อาจใช้เป็นตะไบก็ได้

แชร์เลย...
Share on Facebook
Facebook
Pin on Pinterest
Pinterest
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin